การสำรวจคลองภาษีเจริญและคลองบางเชือกหนัง

ที่ปรึกษาโครงการศึกษาจัดทำแผนพัฒนาการเดินทางทางน้ำในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
เชื่อมต่อการเดินทางรูปแบบอื่น กรุงเทพมหานคร ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
ได้ลงพื้นที่สำรวจและสอบถามความคิดเห็นจากชุมชนริมคลองภาษีเจริญและคลองบางเชือกหนัง โดยได้รับข้อมูลจากผู้แทนชุมชนบางหว้าและชุมชนพูนบำเพ็ญ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา

ผู้นำชุมชนได้ให้ข้อมูลว่า “บริเวณพื้นที่นี้มีคลองหลายสายเชื่อมต่อกันในลักษณะโครงข่ายทั้งคลองภาษีเจริญ คลองทวีวัฒนา คลองบางเชือกหนัง คลองชักพระ คลองมอญ คลองบางกอกใหญ่ ในอดีตมีคนเดินทางสัญจรทางน้ำมาก มีเรือบริการตลอดทั้งวัน เนื่องจากสะดวกและโครงข่ายถนนต่าง ๆ ยังมีไม่มากและเข้าไม่ถึงพื้นที่ ปัจจุบันเมืองพัฒนาและมีการสร้างถนนเข้าถึงพื้นที่ส่วนต่าง ๆ และประชาชนส่วนใหญ่มีรถยนต์ใช้ การเดินทางด้วยเรือจึงลดลง แต่ชุมชนมีความเข้มแข็ง และพยายามพัฒนาพื้นที่สองฝั่งของบางเชือกหนังเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

คลองภาษีเจริญในอดีตใช้ในการเดินทางหลักจากประชาชนพื้นที่ฝั่งธนบุรีเชื่อมต่อออกแม่น้ำเจ้าพระยาและเดินทางไปต่อพื้นที่อื่น ๆ ได้ ต่อมา บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เข้ามาเดินเรือโดยสารประจำทางสาธารณะในช่วงปี พ.ศ. 2558 แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาปริมาณผู้โดยสารมีแนวโน้มลดลง ประกอบการมีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีน้ำเงิน ทำให้ปริมาณผู้โดยสารลดลง การเข้าถึงท่าเรือหลายแห่งไม่สะดวก และท่าเรือมีสภาพเก่าและบางแห่งทรุดโทรม”

“คลองบางเชือกหนัง ในอดีตสิบกว่าปีที่ผ่านมามีการใช้เป็นเส้นทางสัญจรมากและใช้ขนส่งของ โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้าง โดยเชื่อมต่อกับคลองอื่น ๆ และและสามารถเดินเรือออกไปเชื่อมต่อแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่าเตียน ท่าช้าง ออกทุก ๆ 10 นาที คนให้บริการเรือและใช้บริการเรือเป็นคนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ใช้เป็นประจำจะรู้เวลาและตำแหน่งขึ้น-ลงเรือ ปัจจุบันมีการใช้เรือน้อยลงมากเนื่องจากคลองอื่น ๆ ข้างเคียงมีการสร้างประตูระบายน้ำกั้นทำให้ไม่สามารถเดินเรือได้ ในคลองนี้ยังคงเหลือการให้บริการผู้โดยสารไปท่าช้าง ขาออกอย่างเดียวช่วงเช้า เวลา 6.30 น. ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย เป็นเรือหางยาว นั่งได้ประมาณไม่เกิน 20 คน/ลำ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ไม่มีเที่ยวกลับ ปัจจุบันคลองบางเชือกหนังมีการเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเฉพาะในวันหยุด จะมีเรือให้บริการและเชื่อมไปยังคลองลัดมะยมได้ พื้นที่ชุมชนร่วมมือกันจัดทำสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย และยังคงอนุรักษ์วิถีชุมชนเดิม เป็นแหล่งเรียนรู้ ซึ่งชุมชนได้ให้ข้อแนะนำการพัฒนาท่าเรือ ให้มีข้อมูลเส้นทางและเวลาการเดินเรือ และกำหนดตำแหน่งท่าเรือประจำที่มีศักยภาพในแนวคลองที่จะสามารถเป็นจุดเชื่อมต่อและที่จอดรถได้โดยเฉพาะตามวัดต่าง ๆ เพื่อรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยว ชุมชนต้องการให้ภาครัฐช่วยดูแลความสะอาดของคลอง ส่งเสริมการเดินเรือเชื่อมต่อคลองอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง และชุมชนให้ความเห็นสนับสนุนการใช้เรือไฟฟ้าด้วย”